ใช้ตู้อบสมุนไพรดีกว่าการอยู่ไฟในอดีต

มกราคม 29, 2018 บทความสปา

ใช้ตู้อบสมุนไพรดีกว่าการอยู่ไฟในอดีต

ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนภาชนะในการต้มยา สมุนไพร เพื่อความสะดวกรวดเร็ว แต่การใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า จะต้องระวังรักษาปริมาณของน้ำที่ใส่ลงไปให้พอดี สำหรับผู้ที่ไม่มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ห้ามใช้ หม้ออลูมิเนียมต้มสมุนไพร เพราะยาสมุนไพรบางตัว จะกัดอลูมิเนียมออกมา แต่จะต้องเป็นหม้อที่มีฝาปิดมิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาสมุนไพรระเหยไปหมดก่อนที่จะนำไปใช้ ในอดีตเรามักจะใช้วิธีการต้นและอบสมุนไพรแบบง่าย ๆ โดยคิดว่าวิธีนี้จะทำให้ร่างกายหลังสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ แต่หารู้มั้ยว่าวิธีเหล่านี้ช้วยได้แต่คุณสมบัติที่ได้ก็ไม่เหมือนการใช้ตู้อบสมุนไพรอยู่ดี ทั้งเรื่องควบคุมอุณหภูมิ การจัดการกับความร้อนในตู้อบที่จะทำให้รูขุมขนขยายตัว รวมถึงสภาวะอากาศที่เข้าไปในร่างกาย เพราะสิ่งเหล่านี้ผู้ออกแบบตู้อบสมุนไพรได้ทำการคิดค้นมาเป็นอย่างดี แม้กระทั้งการเลือกตัวเนื้อไม่ที่จะนำมาประดิษฐ์ตู้อบสมุนไพรนั่นเอง นี่เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากเลือกใช้วัสดุที่ผิดจะมีผลต่อสารพิษต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ร่างกายได้นั่นเอง

หลายคนบอกว่าแต่นี้เป็นภูมิปัญญาในอดีตก็ตามแต่อย่างที่แนะนำบางสมุนไพรหากเราใช้ในปริมาณที่ถูกต้องก็จะดีต่อร่างกาย แต่หากเราใช้ในสภาวะที่ไม่ถูกต้องอาจจะส่งผลเสียได้ ปัจจุบันทุกร้านสปาจึงเลือกที่จะใช้ตู้อบสมุนไพรในการอบสมุนไพรเป็นหลัก เพราะมั่นใจว่าปลอดภัย ไม่ต้องเสียกับไฟฟ้าที่อาจจะเกิดการรั่วออกจากหม้อต้นน้ำร้อนหรือกระทะไฟฟ้าได้ หรือการรมควันที่เป็นความเสียงสูงสำหรับคนที่มีปัญหาโรคทางเดินหายใจแบบที่ไม่รู้ตัวมาก่อนก็ดี ท้ายนี้อยากให้ผู้อ่านทุกท่านเลือกสินค้าที่มีคุณภาพจากร้านหรือโรงงานผู้ผลิตตู้อบสมุนไพรจะดีที่สุดครับ

แชร์เนื้อหานี้