การนวดแผนไทยก็คือศาสตร์บำบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่งที่มีข้อห้ามในการนวดเช่นกัน

    การนวดแผนไทยก็คือศาสตร์บำบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่งที่มีข้อห้ามในการนวดเช่นกัน

การนวดแผนไทยก็คือศาสตร์บำบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่ง โดยจะเน้นในลักษณะการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง การอบ และ ประคบ ซึ่งผู้ที่จะทำการนวดต้องผ่านการเรียนนวดมาโดยเฉพาะค่ะ
มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะเข้าใจว่า นวดแผนไทย กับนวดแผนโบราณ เป็นคนละอันนะคะ
เค้าเป็นเรื่องเดียวกันค่ะคุณ และเมื่อรู้สึกเมื่อยล้าเราก็มักจะเดินเข้าร้านนวดเพื่อสุขภาพ ซึ่งจริงๆ
แล้วการนวดก็ไม่ได้ช่วยบำบัดเสมอไปค่ะ มีข้อเสียอยู่เช่นกัน ดังนั้น เราไปดูกันค่ะ
ว่าอะไรคือข้อจำกัดของการนวดแผนไทย
1.  แทนที่จะหายปวดเมื่อย สบายตัว แต่การนวดอาจจะให้โทษได้ ในกรณีที่ผู้นวดไม่มีความชำนาญในวิชาชีพเพียงพอหรือนวดแบบผิดวิธี
เรื่องนี้อันตรายถึงชีวิตการผิดเส้นทับเส้นประสาทขึ้นมาล่ะก็อัมพฤกษ์อัมพาตได้เลยนะคะ
ดังนั้นก่อนเข้าร้านต้องดูดีๆ ค่ะ
2. โรคประจำตัวบางอย่างไม่เหมาะกับการนวด คือ โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ,
โรคกระดูดพรุน, โรคเกี่ยวกับระบบประสาท โดยเฉพาะไขสันหลัง, โรคข้อต่อหลวม,
โรคหลอดเลือด หรือน้ำเหลืองอุดตัน, โรคเบาหวาน เป็นต้น
3. หากมีแผลติดเชื้อการนวดอาจทำให้แผลลุกลามได้ค่ะ เพราะน้ำเหลืองหรือเลือกอาจเปื้อนที่นอนได้
4.  ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยจากไซนัสอักเสบ ปวดคอร้าวจนถึงบ่า
ปวดไหล่แขนขาจนไม่สามารถขยับได้ ปวดหลังร้าวจนถึงสะโพก คนกลุ่มนี้ไม่ควรนวดค่ะ
เพราะยิ่งทำให้เกิดอันตรายได้
5.  สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหรือความดันโลหิตสูงหากนวดแล้วอาจจะทำให้หลอดเลือดในสมองแตกได้ค่ะ

ที่สำคัญเบาะนวดที่ลูกค้านอนนวด ต้องมีความสบายเมื่อหมอนวดกดตามร่างกาย เบาะไม่ควรนุ่มจนยุบตัวแบบเห็นได้ชัด ไม่ควรนุ่มเกินไป และ แข็งจนเกินไป เพื่อความสบายของหมอนวดและลูกค้าเบาะนวดก็มีส่วนสำคัญในการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อเช่นกัน ควรเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและเหมาะแก่การใช้งาน เพื่อสุขภาพลูกค้าและไม่ต้องเสียเวลาซื้ออุปกรณ์นวดใหม่บ่อยๆค่ะ

แชร์เนื้อหานี้