โรคหรืออาการสามารถบำบัดรักษาด้วยการอบสมุนไพร ข้อควรระวังในการอบสมุนไพร

พฤศจิกายน 4, 2018 บทความสปา

โรคหรืออาการสามารถบำบัดรักษาด้วยการอบสมุนไพร ข้อควรระวังในการอบสมุนไพร

อาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการอบสมุนไพรนั้น  ได้แก่ โรคภูมิแพ้ที่ไม่รุนแรง  เป็นหวัดน้ำมูกไหลแต่ไม่มีการแห้งตันของน้ำมูก  ผู้ป่วยอัมพฤกษ์หรืออัมพาตในระยะเริ่มแรก  ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายทั่วๆไป หรือโรคที่ไม่ได้เกิดจากการเจ็บป่วยเฉพาะที่  ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดในระยะที่ไม่มีอาการรุนแรง  มารดาหลังคลอดบุตร   และผู้ป่วยที่มีโรคหรืออาการบางอย่างเช่น  การยอก  โรคเรื้อรังบางชนิด  เช่น  โรคเบาหวาน  โรคเก๊าท์  อาจต้องใช้การอบสมุนไพรร่วมกับการรักษาอื่นๆเช่นการประคบสมุนไพรการนวดบำบัดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วยนะคะ

ประโยชน์ของการอบตัวด้วยสมุนไพร  คือ  ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย  ช่วยทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น  ช่วยให้ร่างกายขับเหงื่อออกมากขึ้นขยายรูขุมขน  ช่วยให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นช่วยสลายเสมหะทำให้ขับออกมาได้ง่ายขึ้น  ช่วยลดอาการอักเสบและบวมที่เยื่อบุทางเดินหายใจตอนบน  ช่วยลดการระคายเคืองในลำคอ  ช่วยให้สบายตัวลดอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน

ข้อห้ามสำหรับการอบสมุนไพร

ขณะที่มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียสเพราะอาจมีการติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย  ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืดห้ามอบสมุนไพรในบางรายที่มีความดันโลหิตสูงไม่เกิน 180 มิลลิเมตรปรอท อาจให้อบได้ตามดุลยพินิจของแพทย์  แต่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลานะคะ  ผู้ที่มีโรคประจำตัว  ได้แก่  โรคไต  โรคหัวใจ  โรคลมชัก  โรคหอบหืดระยะรุนแรง  โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงก็ไม่ควรเข้าอบนะคะ  สตรีขณะมีประจำเดือนโดยเฉพาะถ้ามีไข้และอาการปวดศีรษะด้วยห้ามเข้าห้องอบ  ผู้ที่มีการอักเสบจากบาดแผลต่างๆก็ห้ามเข้าห้องอบสมุนไพรนะคะ  และผู้ที่มีอาการก่อนเพลีย อดนอน อดอาหารหรือผู้ที่รับประทานอาหารอิ่มยังไม่ครบ 1 ชั่วโมงก็ห้ามเข้าห้องอบสมุนไพรเช่นเดียวกันค่ะ

ผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการต้องมีความรู้และประสบการณ์ในด้านการทำสปา  การแนะนำลูกค้าที่มาใช้บริการและต้องมีความรุ้ในการเลือกใช้อุปกรณ์สปา ต่างๆที่มีในร้านให้ถูกต้องถูกวิธีและสามารถดูแลรักษาได้ถูกต้องอีกด้วย

 

แชร์เนื้อหานี้