การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย ด้วยการอบสมุนไพร และข้อควรระวังในการอบ

มกราคม 27, 2019 บทความสปา

          การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย ด้วยการอบสมุนไพร และข้อควรระวังในการอบ

การอบสมุนไพรแบบไทยการบำบัดด้วยวิธีนี้คือสูตรการใช้สมุนไพรหลายชนิดอาทิเช่นขมิ้นตะไคร้ไพรการะบูน และมะกรูดนอกจากการบำรุงสุขภาพโดยทั่วไปและการรักษาผิวพรรณแล้วการอบสมุนไพรแบบไทยยังถือเป็นกรรมวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลดีอีกอย่างหนึ่งหากมีการรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง
และการอบสมุนไพรก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนสามารถอบได้ มาดูข้อควรระวังและข้อห้ามในการอบสมุนไพรกันค่ะ

ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร

– บางอาการไม่สามารถอบสมุนไพรได้ เพราะการอบสมุนไพรทําให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น

จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไข้สูง

-ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคปอด โรคลมบ้าหมู

-คนที่อยู่ในภาวะตกเลือด หรือ ผู้ที่มีอาการท้องร่วงขั้นรุนแรง หากมีอาการอึดอัดหายใจไม่สะดวกในขณะอบสมุนไพรควรออกจากห้องอบทันที

-ไม่ควรใช้เวลาอบนานเกิน 15 ถึง 30 นาที ควรเข้า 10 นาทีและออกมาพัก 5 นาทีถึงเข้าไปอบใหม่อีกครั้ง ประมาณ 10 นาที และออกมาพัก จึงค่อยเข้าไปอบใหม่

-เมื่อออกจากห้องอบแล้วไม่ควรรีบอาบน้ำหรือทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงในทันที และควรนั่งพักก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง

-ถ้าหิวน้ำไม่ควรดื่มน้ำเย็น แต่ สามารถดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นจะดีที่สุด

ในปัจจุบันการอบสมุนไพรได้รับความนิยมกันมากขึ้นนอกจากจะใช้กับกลุ่มสตรีที่คลอดบุตร แล้วยังได้รับความนิยมกับบุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักและต้องการมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วยสาวๆคนไหนที่อยากสวยพร้อมกับสุขภาพดีไปด้วยในตัว ควรที่จะมีการการอบสมุนไพรร่วมด้วย เป็นวิธีแบบไทยไทยของเราไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเข้าสปาดังๆและแพงๆ

สามารถหาซื้อตู้อบสมุนไพร จากร้านจำหน่ายอุปกรณ์สปา มาไว้ใช้ประจำบ้านได้ถ้าหากว่าไม่มีเวลาออกไปข้างนอกหรือไปใช้บริการร้านสปา เพราะการมีตู้อบสมุนไพรประจำบ้านจะสามารถทำให้คนในครอบครัวได้มีสุขภาพดีกันถ้วนหน้าและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวได้อีกด้วยค่ะ

แชร์เนื้อหานี้