ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย

เมษายน 18, 2019 ตู้อบสมุนไพร

ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีไทย

การอบไอน้ำ หรือการบำบัดด้วยความร้อนเปียก เป็นวิธีการใช้น้ำเพื่อสุขภาพที่พบได้ในสังคมตะวันตก และตะวันออก ไอน้ำสามารถเก็บและถ่ายเทความร้อนให้ร่างกายได้ดี เทียบเท่ากับ การอาบแช่ในน้ำ ขณะอบไอน้ำร่างกายจะได้รับผลจากการสูดหายใจอากาศที่มีไอน้ำอยู่มากเข้าทางออกด้วย ถ้าการอบไอน้ำใช้ร่วมกับสมุนไพรหรือน้ำมันหอมระเหย ตามวิธีการบำบัดรักษา ไอน้ำร้อนจะเป็นตัวพากลิ่นเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจเพื่อส่งผลต่อร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น

ข้อห้ามและข้อควรระวังของการอบสมุนไพร

– บางอาการไม่สามารถอบสมุนไพรได้ เพราะการอบสมุนไพรทําให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น

จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไข้สูง

-ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคปอด โรคลมบ้าหมู

-คนที่อยู่ในภาวะตกเลือด หรือ ผู้ที่มีอาการท้องร่วงขั้นรุนแรง หากมีอาการอึดอัดหายใจไม่สะดวกในขณะอบสมุนไพรควรออกจากห้องอบทันที

-ไม่ควรใช้เวลาอบนานเกิน 15 ถึง 30 นาที ควรเข้า 10 นาทีและออกมาพัก 5 นาทีถึงเข้าไปอบใหม่อีกครั้ง ประมาณ 10 นาที และออกมาพัก จึงค่อยเข้าไปอบใหม่

-เมื่อออกจากห้องอบแล้วไม่ควรรีบอาบน้ำหรือทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงในทันที และควรนั่งพักก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง

-ถ้าหิวน้ำไม่ควรดื่มน้ำเย็น แต่ สามารถดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นจะดีที่สุด

ในปัจจุบันการอบสมุนไพรได้รับความนิยมกันมากขึ้นนอกจากจะใช้กับกลุ่มสตรีที่คลอดบุตร แล้วยังได้รับความนิยมกับบุคคลที่ต้องการลดน้ำหนักและต้องการมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วยสาวๆคนไหนที่อยากสวยพร้อมกับสุขภาพดีไปด้วยในตัว ควรที่จะมีการการอบสมุนไพรร่วมด้วย เป็นวิธีแบบไทยไทยของเราไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเข้าสปาดังๆและแพงๆ เนื่องจากในปัจจุบันมีการจำหน่ายอุปกรณ์สปาที่สามารถนำมาไว้ใช้ที่บ้านเพื่อความสะดวกและเป็นการดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ต้องคอยเดินทางไปร้านสปา หรือร้านอบสมุนไพร เพราะบางพื้นที่อาจไม่มีร้านเหล่านี้เปิดให้บริการเลย หรือมีแต่อาจจะไกลไม่สะดวกในการเดินทาง และการมีตู้อบสมุนไพรประจำบ้านจีงเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัว

 

แชร์เนื้อหานี้